หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ

หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ

บทนำเกี่ยวกับหมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ

หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ เมนูอาหารจานโปรดของใครหลายคน ด้วยความหอมกรุ่นของพริกและเกลือ และความนุ่มชุ่มฉ่ำของหมูสามชั้น เข้ากันได้อย่างลงตัว หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือจึงเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมทั้งในร้านอาหารและครัวเรือน

ประวัติความเป็นมา หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ

หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือสันนิษฐานว่าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ภายหลังได้แพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยและถูกดัดแปลงให้เข้ากับรสชาติของคนไทย โดยเพิ่มความจัดจ้านด้วยพริกและเกลือ

ส่วนผสมและวิธีทำ

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้น 500 กรัม
  • พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • รากผักชี 5 ราก
  • เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 ซม.
  2. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม และรากผักชีให้ละเอียด
  3. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปพอร้อน
  4. ใส่หมูสามชั้นลงไปผัดจนสุกเหลือง
  5. ใส่พริกขี้หนูสวน กระเทียม และรากผักชีที่โขลกไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน
  6. ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทราย
  7. ผัดต่อจนหมูสามชั้นสุกนุ่ม
  8. ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับความอร่อย

  • เลือกใช้หมูสามชั้นที่มีมันแทรกพอประมาณ เพื่อให้หมูมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ
  • ผัดพริกขี้หนูสวน กระเทียม และรากผักชีให้ละเอียด เพื่อให้ได้กลิ่นหอมและรสชาติที่กลมกล่อม
  • ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทรายตามชอบ
  • ผัดพริกขี้หนูสวน กระเทียม และรากผักชีจนสุกก่อนใส่หมูสามชั้นลงไปผัด เพื่อให้หมูสามชั้นไม่คาว

ประโยชน์ของหมูสามชั้น

หมูสามชั้นเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน และวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี6 และวิตามินเอ ไขมันในหมูสามชั้นเป็นไขมันอิ่มตัว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหากบริโภคมากเกินไป อย่างไรก็ตาม หมูสามชั้นก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน โดยควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

เมนูอื่นๆ จากหมูสามชั้น

นอกจากหมูสามชั้นคั่วพริกเกลือแล้ว หมูสามชั้นยังสามารถนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น หมูสามชั้นทอดกระเทียม หมูสามชั้นผัดไข่ หมูสามชั้นผัดเปรี้ยวหวาน หมูสามชั้นอบ และหมูสามชั้นต้ม

หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือเป็นเมนูอาหารจานเดียวที่สามารถทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน รสชาติอร่อยถูกปาก เหมาะที่จะทำรับประทานเองที่บ้าน หรือทำเป็นเมนูเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://topfootgood.com/